วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

เทียบระหว่าง การควบคุมแป้งน้ำตาล และการควบคุมไขมัน ประเภทไขมัน HDL LDL มีหน้าที่อย่างไร





การลดแป้งน้ำตาล และ การลดไขมัน


สำหรับการหลายคนที่ทำการควบคุมน้ำหนัก หลายคน ก็คงมีความคิดว่า สาเหตุของความอ้วน หลักๆมัน

คือ การรับไขมันที่มากเกินไป โดยพยายามที่จะทำการเลี่ยงการทานไขมัน ของทอด จนในบางครั้ง ที่

ทำอาหารทอด ก็จะใช้วิธี การ ใช้ทิชชู่ซับน้ำมัน แต่ที่อยากจะบอกว่า น้ำมันเหล่านั้น ได้อยู่ใน อาหาร

เรียบร้อยแล้ว แต่ที่เราซับไป มันก็แค่ ภาพลวงตาเท่านั้น แถมเรายังได้รับสารพิษ จากทิชชู่เข้าไปโดย

ไม่รู้ตัวอีกด้วย  ทีนี้เราจะมาเข้าเรื่องกันนะครับ สำหรับ การควบคุมน้ำหนัก เราควรจะให้ความสำคัญใน

การ ลดแป้งและน้ำตาล หรือ การลดไขมันมากกว่ากัน  ในปัจจุบัน มีงานวิจัยออกมา ซึ่งผลของงานวิจัย

นั้น บอกว่า การที่เราทำการ ลดแป้ง โดยที่ไม่ได้รวมถึงน้ำตาลด้วยนั้น มีผลเป็นการ ควบคุม ปริมาณ 

HDL
หรือที่เรียกว่า HIGH DENSITY LIPOPROTEINให้มากขึ้นกว่าการ ลด ไขมันได้ถึง  23% ซึ่ง 

 HDL
นั้นคือ อะไร HDLนั้น คือไขมันที่ดี ถ้าหากมีมาก จะทำให้ระบบหลอดเลือดมีความสะอาดขึ้น  

และ ทำให้อัตราความเสี่ยงของโรคหลอดเลือด ลดลง ด้วย HDL นั้น  ทำหน้าที่การวิ่งไปตามหลอด

เลือด ทำการ เก็บไขมัน คลอเลสเตอร์รอล และ ไขมัน LDL ไปไว้ในตับ ทำให้หลอดเลือดมีความ

สะอาดขึ้น ซึ่งผลของการที่มีหลอดเลือดที่สะอาดขึ้น ทำให้ หัวใจที่ทำหน้าที่ส่งแรงดัน เลือด ให้เลือด





ไขมันที่เรียกว่า LDL คืออะไร LDL หรือที่เรียกว่า LOW DENSITY 
LIPOPROTEIN หลายคนมีความเชื่อว่า เป็นไขมันเลว แต่ในความเป็นจริงแล้ว LDL นั้น 

คือไขมัน ที่ทำหน้าที่ในการ ไปรักษาอาการอักเสบ ในหลอดเลือด อาการอักเสบเหล่านี้เกิดจากการที่

เรา กินแป้ง และน้ำตาลเข้าไป  เมื่ออาการ อักเสบ หายแล้ว ร่างกายก็จะ ผลิต HDL ขึ้นมาก ทำหน้าที่ 

กวาดเอา LDL ไปที่ตับ เพื่อไป ผลิต เป็น ฮอร์โมนเพศ ฉนวนหุ้มปลายประสาท และ น้ำดี 

ในความคิดดั่งเดิม ที่คิดว่า LDL เป็นไขมันที่ไม่ดี นั้น อยากให้คิดใหม่ เพราะ หน้าที่ของ LDL

นั้นคือการรักษาหลอดเลือด แต่การอุดตันในหลอดเลือด นั้นเกิดจาก บริเวณที่อักเสบ นั้น มีไขมันไม่

อิ่มตัว หลายตำแหน่ง ซึ่งไขมันเหล่านี้ พร้อมกลายสภาพ จากการโจมตีของ อนุมูลอิสระ ทำให้มี เนื้อ

เยื่อ มีลิ่มเลือด รั่วออกมาทำให้เกิดไขมันอุดตัน ตามหลอดเลือดสมอง 





ในการควบคุมน้ำหนัก โดยให้ความสำคัญกับ การ ลด คาร์บ และน้ำตาลนั้น จะให้ผลในการ เพิ่ม 

ปริมาณ HDL มากกว่า การ ลดปริมาณ ไขมัน มากกว่าถึง 23% ดังนั้น ในการควบคุมน้ำหนัก จึงควรให้

ความสำคัญ กับการ ควบคุม แป้งและน้ำตาล มากกว่า การควบคุมไขมัน เพราะ ไขมันนั้น เราสามารถ

ทานได้ แต่ควรไขมันที่ดี เพราะไขมันที่ดีเป็นไขมัน ด้วยเหตุผลที่ว่า หากเราควบคุม อาหาร จำพวก 

แป้งและน้ำตาล จะทำให้ร่างกายไปสังเคราะห์พลังงาน ในรูป ของคีโตน มาใช้เลี้ยงสมอง แทน ซึ่งทำ

ให้เราได้ผลสองต่อ ในการ เพิ่ม HDL และ ลดน้ำหนักในเวลาเดียวกัน  ทั้งยังให้ผลในทางสุขภาพ 

ระบบหัวใจ และหลอดเลือดที่ดีกว่า การ ลดปริมาณไขมัน 

 
ซึ่งภัย จากการบริโภคในปัจจุบันนั้น ส่วนใหญ่จะเป็น ภัยที่มาจาก การทาน อาหาร จำพวก ข้าวขาวและ

น้ำตาล  ซึ่งในปัจจุบันนั้น คนไทยเป็นมะเร็งที่ตับ จากแป้งและน้ำตาล จำนวนมาก  

ส่วนใหญ่ คนเราไม่ได้อ้วนเพราะไขมันที่เรากินเข้าไป แต่อ้วนจาก แป้ง และน้ำตาล ที่ร่างกาย กินเกิน

เข้าไปมากกว่า เพราะ น้ำมันที่เราทานเข้าไปนั้น มัน จะทานเข้าไปได้ยากกว่าการ ทานแป้งและน้ำตาล 

ซึ่งมันอร่อยกว่า มาก เรากิน แป้งและน้ำตาล ไปโดยไม่รู้สึกเอียนอะไรเลย แป้งและน้ำตาลนั้น สามารถ

แปลงเป็นไขมันได้ หากทานมาก เพราะร่างกาย ไม่สามารถ นำไปใช้ ได้หมด ก็จะเก็บเป็น ตรัยกลีเซอร์

รัย เก็บไว้ตาม เส้นใยไขมันเป็น ผลให้อ้วน ส่วนไขมันที่เราทานเข้าไปจริงๆแล้ว มันมีประโยชน์ในการส

ร้างฮอโมนส์เพศ น้ำดี ฉนวนปลายประสาท และอื่นๆอีกมาก ซึ่งทั้งนี้รวมไปถึง โคเลสเตอร์รอล ด้วย ที่

เป็น วัตถุดิบ ที่ร่างกายนำไปใช้เป็นประโยชน์ได้มากโดยที่ เราพากันรังเกียจ สิ่งนี้  แต่หากเรา 

มีHDLที่มาก เราก็ไม่จำเป็นต้องกลัว สิ่งเหล่านี้  อีก เพราะ HDLจะทำการกวาดสิ่งเหล่านี้ ไปที่ตับ 

เพื่อเปลี่ยนเป็น ฮอโมนส์ต่างๆในร่างกายต่อไป  จึงควรให้ความสำคัญกับการควบคุมแป้ง ข้าวขาว 

น้ำตาล จะได้ผล ในการควบคุมน้ำหนัก และ ระบบหลอดเลือด จะทำงานดีขึ้น เป็นผลในทางการควบคุม

น้ำหนัก ที่ดี ต่อสุขภาพ และหัวใจ 




สำหรับบทนี้ผม ก็กลับมาเขียนบทความ อีกครั้ง เพราะ พ่อ สั่งให้มาเขียน หลังจาก เกียจคร้านมานาน 

ถ้ามีคน มาอ่านบ้าง และนำไปใช้ได้เป็นประโยชน์ ก็ขอให้ บุญที่ได้ส่งผลให้กับ ตา และ อาก๋ง 

ที่ผมรู้จัก ที่เพิ่งเสียไปเมื่อต้นปีนี้ด้วยนะครับ

ขอบพระคุณครับ 

วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ลดน้ำหนัก กับ บีทอร์ค



สำหรับในบทนี้ หลังจากที่ไม่ได้อัพ บล็อกมาเป็นเวลานาน ก็นานเป็นเดือนๆเลยก็ว่าได้ ก็ไม่ใช่ว่าจะหายไปไหนหรอกครับ ก็ยังนึกที่จะมาเขียน บล็อกอยู่แต่ว่าพอดีก็มี มาตอบคำถามให้กับ คนอื่นๆในเรื่องการลดน้ำหนักใน โซเชียลอื่นๆ อย่าง บีทอร์ค บ้าง ช่วงแรกผมก็ไปตอบแบบสนุกๆไม่ได้จะคิดอะไรมาก แต่ว่าก็มีคนมาถามมากจริงๆเรื่องการลดน้ำหนัก มีคนมีปัญหากันเยอะ ก็เลยไม่ได้มาอัพ บล็อกซักที บางทีบางวันมีคนแอดมาเป็นเพื่อนใน บีทอร์ค 40 กว่าคน แล้วก็จะถามคำถามเดิมๆ กับผมเสมอ จนผมก็งงว่า ทำไม ทุกคนเป็นเหมือนกันหมด อันนี้ไม่นับเรื่องที่ยังมีคน ขายยาลดความอ้วนโดยจะอ้างตัวว่า เคยอ้วนแล้วเอารูปมาให้ดู เสร็จแล้วก็จะเสนอขายสินค้า บางรายที่ผมเจอใน บีทอร์ค ก็จะฉวยโอกาสขายของในระหว่างที่มีคนมาตั้งกระทู้คำถามเรื่องการลดความอ้วน ซึ่งทุกวันนี้ผมก็ยังแปลกในอยู่ว่า ทำไมก็ยังมีคนเชื่อ ด้วยการถามกลับไปว่า ขายเท่าไหร่ ก็เลยมานึกว่าจริงๆแล้ว คนไทยเราส่วนใหญ่ที่มีปัญหาการลดน้ำหนัก แล้วไม่สามรถแก้ไขได้ เพราะไม่รู้ว่าปัญหามันคืออะไร ในบทนี้ ก็เลยอยากจะมาพูดถึงเรื่องพวกนี้ ที่เคยไปเจอมาใน บีทอร์ค
คำถามที่มักจะพบบ่อยใน บีทอร์คที่ผมไปเล่นมา คือ ลดน้ำหนักแล้ว ลดไม่ลงอีกเลย  คำถามที่ถามว่าลดน้ำหนักลงแล้ว แต่มันก็ไม่ลงอีก ถึงแม้ว่าจะออกกำลังเป็นประจำ คำตอบนี้ มันมีได้หลายอย่าง มีทั้งคำตอบที่เป็นในแง่ที่ดี คือคุณมาถูกทางแล้ว เพียงแต่ยังไม่เข้าใจว่า การควบคุมน้ำหนักสมัยใหม่ นั้นเรา ใช้การวัดขนาดสัดส่วนแทนการใช้ตาชั่งกันแล้ว ในการออกกำลังกายและควบคุมอาหารอย่างถูกวิธีผลที่ได้แล้วทำให้น้ำหนักไม่ลง ก็เพราะ มันมีการแทนที่กันของกล้ามเนื้อ กับไขมันมันลงไป แต่กล้ามเนื้อมาแทนที คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจตรงนี้ แม้เราจะพูดบอกเค้า เค้าก็ยังไม่เชื่อ อยากที่จะไปชั่งน้ำหนักบนตาชั่ง เชื่อ ตาชั่งมากกว่า มันก็เลยเป็นความลำบากหากที่เราจะไปบอกเค้าให้เขาเชื่อ เพราะ การลดน้ำหนัก ชื่อมันก็บอกอยู่แล้วคือ ต้องน้ำหนักลง คนส่วนใหญ่เชื่อแบบนี้ แต่ สมัยปัจจุบันเราไม่ใช้คำว่า การลดน้ำหนักกันแล้วนะครับ เราใช้คำว่าการควบคุมน้ำหนัก ซึ่งมันมีความหมายที่ดีกว่า และมองไปที่ การลดไขมัน ที่เราเรียกว่า fat loss  ซึ่งน้ำหนักที่ลงไปเราจะไปเน้นที่ น้ำหนักของไขมัน ซึ่ง จะอยู่ที่ 7700 kal ต่อ 1 กิโล อาจจะมีคนถามว่า ได้ไง ไขมัน 1กรัมมัน 9 kal ทำไม ถึง ไม่ 9000 kal คำตอบคือ มันมีน้ำด้วยไงครับ  สำหรับการควบคุมน้ำหนักที่มีวินัย และ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และมีการเวท อย่างถูกต้อง น้ำหนักมันลงแน่นอนอยู่แล้ว   ยกเว้นแต่จะเป็นกรรมพันธุ์ ซึ่งมีส่วนที่น้อยมาก แต่ก็ยังสามารถควบคุมให้ดีขึ้นได้ ไม่ปล่อยไปตามยถากรรม  



การควบคุมน้ำหนักที่ไปทางที่เลวร้าย ที่ผมได้เจอและพูดคุยกับหลายๆคน ที่มักจะมีปัญหาและไม่เข้าใจกันก็คือ  บางคนบอก หนู อดอาหารแล้วออกกำลังกายทำไมมันไม่ผอมสักที
หลายคนมีความเชื่อที่ว่าอดอาหารแล้ว ออกกำลังกาย มันจะได้ลงเร็วๆ เพราะ กินก็ไม่กิน แล้วยังไปเอาพลังงานออกอีก หลายคนถามผมแบบนี้  ผมก็เลยตอบไปว่า มันไม่ลงหรอกครับ เพราะการที่เราไม่ได้มีพลังงาน จากการอดอาหาร แล้วเราไป ออกกำลังกายเพิ่ม ร่างกายมันก็มีความจำเป็นต้องใช้พลังงานจาก โปรตีน หรือกล้ามเนื้อแทน ซึ่งในที่นี้ เราก็รับรู้กันอยู่แล้วว่า ปริมาณกล้ามเนื้อเป็นตัวบอกว่า อัตราการเผาผลาญของเราจะมีมากน้อยยังไง นี้เลยเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ อัตราเผาผลาญโดยรวมแย่  และทำให้ %ไขมัน มากขึ้น ถ้าน้ำหนักลง ก็ลงด้วยกล้ามเนื้อ และน้ำ เกลือแร่ อื่นๆ ไม่ได้ลงด้วยไขมัน ทำให้ เรากลายเป็นสะสมไขมันแทน กลายเป็นน้ำหนักลง แต่ไขมัน เพียบ น้ำหนักตาชั่งมันลงนะครับ แต่สัดส่วนทำไมมันไม่ลง ก็ไขมันมันใหญ่กว่า กล้ามเนื้อเยอะเลยครับ ในปริมาณน้ำหนักเท่ากัน  ไขมันจะใหญ่กว่าขนาดของกล้ามเนื้อในปริมาณเดียวกัน ถึงเกือบ 2เท่าครึ่ง คุณไปลดขนาดกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นสิ่งที่เล็ก แล้วก็ไปเพิ่มสิ่งที่ใหญ่กว่า หรือที่เรียกว่าไขมันเข้าไปแทน ชาตินี้ก็ไม่อ้วน ทำไปนานๆ ก็กลายเป็น สับสนหาทางออกไม่เจอ แถมพอแนะนำไปก็ไม่เชื่อ ที่ไม่เชื่อเพราะไม่เข้าใจ ว่าทำไม  ยังคงเชื่อสิ่งเก่าๆอยู่ แล้วก็รอไม่ได้ที่จะไปทำตามสิ่งที่เราบอกไป สิ่งเลวร้ายที่สุดของคน ที่มีความเชื่อแบบนี้ คือ การไม่เปลี่ยน ยังจะไปหาทางที่เลวร้ายเสมอ ผมให้คำปรึกษา ไป แต่ก็ยังจะไปถาม คนขายยาลดความอ้วน ว่า ราคาเท่าไหร่ แล้วแบบนี้ จะลดได้ไม๋ครับ 
อีกคำถามนึงที่อยากจะยกเป็นตัวอย่างในเคตนี้คือ ความเข้าใจเกี่ยวกับยาลดความอ้วน ที่มีการขายกัน ในท้องตลาดและ ในเวปต่างๆ แม้แต่ใน บีทอร์ค ที่จะมีแอบแฝงเสมอมา ด้วยคำที่ว่าเป็นยาที่ปลอดภัย มาจากธรรมชาติ เช่น ตัวอย่าง ชาของเรากินดีนะ กินแล้วน้ำหนักลง เห็นผลไว กินแค่ เดือนกว่า ลงไปเป็นสิบโล แล้วก็มีภาพนางแบบ อะไรก็ไม่รู้ ผอมจนเหมือนไม่ใช่มนุษย์ มาเป็นแบบให้  คนอ้วนเห็นแล้วก็ตาเหลือก อยากกิน ถามว่าราคาเท่าไหร่ ถ้าเป็นชนิดที่ลดไวหน่อยก็จะ แพง บางกล่อง  2500 3500 แพง มากๆ  อาจมีคนถามว่า ยาสมุนไพร มีประโยชน์ ใช้ได้ผลในการลดความอ้วนจริงนะ  ผมตอบอย่างนี้เลยนะครับ ว่ายา สมุนไพรที่มีผลในการลดความอ้วนมี ผลอย่างนั้นจริงครับ แต่ผลของยาสมุนไพรมันมีน้อยมาก น้อยจนบางทีเราไปเอาสาระอะไรกับมันไม่ได้เลย  แล้วอาจจะมีคำถามต่อมาว่า อ้าวแล้วทำไม บางคนกินแล้วได้ผล ผมก็ตอบตรงนี้เหมือนกันครับว่า มันเป็นยาสมุนไพรจริงหรือเปล่า มัน แอบใส่อะไรลงไปไม๋ครับ  ล่าสุดเมื่ออาทิตย์ก่อน มียาสมุนไพร ชื่อดัง ที่เป็นสูตรของอาจารย์คนนึง ขออณุญาติไม่ออกนาม โดนจับเพราะอะไรครับ โดนจับเพราะแอบใส่ สารแปลกปลอมไงครับ สารอะไรอาจจะมีคนถามต่อมา สารที่ว่า คือสารที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ประเภท 3 ในชื่อว่า sibutramine ที่ผมเคยเขียนในบทความมาแล้ว ที่มีอันตรายถึง ชีวิต มีผลต่อหลอดเลือดและหัวใจ ทำให้ หัวใจมันวายเฉียบพลัน  คุณคิดเอาเองละกันนะครับ ว่าชาสมุนไพร หรือยาสมุนไพร ที่มีขาย ถ้ามันวิเศษ วิโส จริง ทางการแพทย์เขาขึ้นทะเบียน ขายกัน แล้ว วงการแพทย์เราไม่อยากให้ใครอ้วนหรอกครับ  อะไรก็ตามนะครับ ถ้ามันผิดปกติ มันมีอันตรายแน่นอน  ส่วนอีกคำถามนึงที่ผมได้เจอมา ขอปิดท้ายในบทนี้คือ  มีผู้หญิงคนนึง ถามว่า โอนามิ ที่มีการขายกันในทีวี ใช้ได้ผลไม๋จะไปซื้อมา  ที่เค้าบอกว่ามี เม็ดดอท มีใส่กาแฟ อะไรก็ไม่รู้  ผมบอกเลยว่า ไม่ได้ผล หลอกลวง  ขนาดกาแฟใส่ยาระบายเข้าไป ยังไม่ลงเลย แล้วประสาอะไรกับใส่ในเนื้อผ้า  แต่อาจจะมีคนถามว่า ทำไมยังโฆษณาขายกันได้ล่ะ ไม่มีใครจับ  จริงๆกฎหมายบ้านเรามันอ่อนครับ คือ โฆษณา ผิดกฎหมายเค้าก็ ปรับ ยอมเสียค่าปรับ ก็จบ เสียค่าปรับแค่ไม่กี่พัน กับที่เค้าขายหลอกขายได้ทั่วประเทศ ลองนึกดูว่า ถ้าเสียค่าปรับต่อการโฆษณา พันกว่าบาท แล้วมียอดขายทั่วประเทศเป็นล้าน เป็นคุณจะยอมเสียค่าปรับไม๋ครับ  อันนี้ขอบอกขอเตือนเลยนะครับว่า สิ่งเหล่านี้ในสังคมไทยที่หรอกคน ที่หาทางออกไม่ได้ มีมากเหลือเกิน  ในบทนี้ผมขอ ทิ้งไว้แค่นี้นะครับ  แต่ในบทหน้า ผมก็คงดูก่อนว่าอาจจะมาพูดเรื่องคำถามที่เคยได้เจอมาใน บีทอร์ค อีก เพราะผมคิดว่า มันน่าจะเป็นคำถามที่หลายๆคนอยากรู้ทีเดียว
ขอบพระคุณครับ

วันอังคารที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2558

เรื่องทั่วๆไปของผม

เรื่องทั่วๆไป

สำหรับบทนี้ คงไม่ได้มีอะไรมากมาย อยากจะพูดเรื่องทั่วๆไป ของคนที่กำลังทำการควบคุม
น้ำหนัก จริงๆ ผมคิดว่าจะเขียนเรื่องอื่นๆไว้แล้ว เพียงแต่ว่า รู้สึกว่า ไม่น่าจะลงอะไรมากมาย
อยากเริ่มเขียนอะไร ง่ายๆไปก่อน สำหรับบทนี้ หากไม่มีสาระอะไรมาก ก็ขออภัยผู้อ่านด้วยนะครับ

สำหรับเรื่องทั่วๆไป สำหรับคนที่ลดความอ้วน ปกติผมเป็น คนที่จะวิ่งอยู่เป็นประจำ แล้วหลาย
คนที่อยู่แถวๆกระทรวงสาธารณะสุข ก็คงเคยเห็นผมวิ่ง อยู่ประจำที่สวนมะพร้าวในกระทรวง
สิ่งที่ผมได้เห็นเป็นประจำ คือจะมีคนอ้วน จะมาวิ่งที่สนามนี้ ตอนเย็นๆ ซึ่งผมจะสังเกตุว่า คน
อ้วนที่ผมพบ จะมีความคาดหวัง และให้ความสำคัญกับกิจกรรม ที่ทำแล้วมันเหนื่อย เพราะเชื่อ
ว่ามันจะทำให้น้ำหนักลงได้เร็ว ผมเคยถาม บางคน เค้ามักจะบอกว่า ไม่คิดว่ามันจะเหนื่อย
ขนาดนี้ เค้าบอกว่า เห็นคนวิ่งหลายๆคนแล้ว นึกว่ามันจะง่าย เวลาที่เค้าวางแผนในการ ลด
น้ำหนัก กิจกรรมแรกๆที่เค้าจะให้ความสำคัญ ก็คือการ วิ่ง ผมเลยแนะนำ และ ถามในเชิง
ที่ว่าอยากรู้คำตอบของเค้า ซึ่งสิ่งที่ผมได้จากพวกเค้าเหล่านั้นคือ รู้สึกว่า การเดิน มันไม่ได้
อะไร การปั่นจักรยาน มันก็ไม่ได้อะไร เพราะคิดว่า มันไม่เหนื่อย และ พวกเค้าจะประเมิน
ตัวเองไว้สูง และมักจะมองข้ามช็อต ไปมองในสิ่งที่สูงกว่าที่ตัวเองทำได้ ผมก็เลยแนะนำให้เค้า
เดิน เค้าก็บอกว่า มันไม่ได้อะไร ผมก็บอกว่า มันเหมาะกะคุณนะ พูดไป เค้าก็จะออกแนว
เคืองๆ เหมือนมาสอนอะไรเค้า เราเป็นใคร มาแนะนำอะไร เค้าไม่เชื่อ  เรื่องนี้เป็นเรื่อง
จริง ที่ทำให้รู้ได้ว่า ความเชื่อเรื่องการออกกำลังกายแล้วเหนื่อยทำให้ ลดน้ำหนักได้ดี เป็น
ความเชื่อที่ฝังอยู่ในสมองของคนส่วนมากไปแล้ว  อีกสิ่งนึง ที่ผมเจอเป็นประจำ ในฟิตเนต
ในกระทรวงสาธารณะสุข เวลาเราไปแนะนำ ให้ผู้หญิง ที่มีน้ำหนักมาก เล่นเวท เค้าก็จะ
มีคำตอบว่า ฉันไม่อยากมีกล้าม และนี่ก็เป็นสิ่งที่เจออยู่เสมอไม่ว่าใน โลกของความเป็นจริง
หรือแม้แต่ใน เฟสบุ็ค ในเน็ต  สิ่งเหล่านี้ ล้วนบอกได้ว่า หลายคนที่ทำการลดน้ำหนักนั้น
ก็มักจะไปผิดทางเสมอ ทำให้หลายคน ไม่สำเร็จ ทำไปท้อไป ทำไปแล้ว หนักเกิน ทำไม่ไหว
เพราะเชื่อว่า เหนื่อยมาก ลดได้มาก ออกหนักมาก ออกได้วันเดียว เดี้ยงไปเลย แล้วก็หาย
หน้าไปเลย พอไปเจอเค้าข้างนอก ทักทายกัน เค้าก็จะบอกว่า ไม่ไหว แก่แล้ว น้องยังหนุ่ม
ยังวิงไหว พี่ ไม่ไหวพี่แก่แล้ว พี่ 30 แล้วน้อง ซึ่งจริงๆ  ผม 36 จะ 37 แล้วด้วยซ้ำ แก่กว่า
เค้าหลายปี  เรื่องอายุก็เป็นเรื่องนึง ที่ผมอยากพูดถึง ในการวิ่ง ที่ๆผมไปวิ่งเป็นประจำ
ผมได้เจอกับ ลุงคนนึง ทีแรก ผมนึกว่าแก อายุสัก 50 แต่พอคุยกันไปแล้ว ก็ได้รู้ว่า จริงๆ
แล้ว ลุงแก อายุ 73 ปีแล้ว ลุงแก ชื่อโย่ง เป็นนักกีฬาบาส ผู้สูงอายุ แกมักจะเดิน ออกกำลัง
กายอยู่ใน กระทรวงเป็นประจำ ผมเคยเจอลูกแก  40-50แล้วทั้งนั้น นอกจากลุงแกแล้ว
ผมยังได้รู้จักกับ พ่อแม่ ของป้อง ณวัฒน์ พระเอกดัง พ่อแม่ของ คุณป้อง เค้าจะมา ออกกำลัง
กายที่โรงเรียน พิบูลย์อุปถัมพ์ แทบทุกเย็นเลย คุณพ่อ ก็วิ่งทุกวัน คุณแม่ ไม่แอโรบิค
ก็จะเดิน ทุกวันเหมือนกัน น่าชื่นชมมาก  ซึ่งอายุ ก็มากแล้วเหมือนกัน แต่ก็ไม่ใช่อุปสรรค์
สำหรับการออกกำลังกายเลย จริงๆ ผมเจอ นักวิ่งมาหลายคนนะครับ เวลาเราวิ่ง มักจะเจอ
คนแปลกๆหลายแบบ ที่กระทรวงสาธารณะสุข ผมได้เจอกับหลายคน มีอยู่คนนึง เค้ามัก
จะแต่งตัว เหมือนนักเทนนิส มีปลอกแขนยาวๆ มีหมวกมัดเปีย ใส่แว่น ใส่ปลอกขาด้วย
เค้ามักจะขี่จักรยาน มาวิ่งที่ กระทรวงเป็นประจำ ซึ่ง ผมเคยวัด รอยเท้ากับเค้ามาแล้ว ก็ได้
พบว่า จริงๆแล้ว ที่เราคิดว่าเราเก่ง เราแน่ ไม่ใช่ความจริงเลย ผมวิ่งเต็มสปีด  ยังไม่สามารถ
แซง พี่แกได้เลย พี่แก วิ่งชิวๆ แต่เร็วนรกเลย วิ่ง 1 ชั่วโมง พี่แก น๊อกรอบผม 3 รอบ เวลา
แกวิ่ง แกจะวิ่งแล้วดูเหมือนไม่มีอะไร ช้าๆ ดูแกสับขา ช้ามาก แกก็เตี้ยกว่าผมอีก แต่ทำไม
แกวิ่งเร็วจัง ผมพยายามลองวิ่งแบบแกดู โดยการสังเกตุ และจากที่ได้ฟังจาก นักวิ่งเก่งๆหลายๆ
คน พบว่า เวลาวิ่ง ให้เร็ว โดยที่ ไม่เหนื่อย จะต้องวิ่ง โดยการเอนตัว ไปข้างหน้า ให้เหมือน
หน้าจะคว่ำ มันจะได้มีแรงช่วยให้การวิ่ง ได้เร็วขึ้น  แล้วเวลาวิ่ง ปลายเท้า ให้ดีดด้วย
ผมก็ลองทำดูก็เร็วขึ้นจริง แต่ก็รู้สึกว่า เวลาเราดีด ปลายเท้า มันเหมือนว่า น่องเราต้อง
ทำงานมากขึ้น แต่จังหวะการสับขามันจะ ช้า แต่กลับวิ่งได้เร็วขึ้น แต่หลังๆผมก็ไม่ได้ทำ
การวิ่งแบบนั้นต่อ เพราะ มันไม่เป็นธรรมชาติ สำหรับผม ในกระทรวงสาธารณะสุข ผมได้
เจอนักวิ่งเก่งๆหลายคน มีคนนึง เค้าจะหน้าตาคล้ายกระเหรี่ยง ผมก็ไม่เคยคุยกะเค้าน่ะนะ
แต่ว่า มักจะได้เจอเค้าวิ่ง เป็นประจำ ที่กระทรวงสนามมันจะมีเนิน สูงต่ำมากมาย เค้าก็
มักจะวิ่งขึ้นเนินตลอด ทางดีๆ พี่แกไม่วิ่ง ผมเคยนึกในใจว่าอยาก ให้พี่ ที่แต่งตัวเหมือน
นักเทนนิส กับพี่ กะเหรี่ยง วิ่งแข่งกันเหลือเกิน เพราะเร็ว ทั้งคู่เลย แต่ใจผมก็แอบเชียร์
พี่นักเทนนิสอยู่ เพราะ ผมชอบท่าวิ่งแกจริงๆ วิ่งเนิบๆ แต่เร็วมาก สำหรับหลายๆคน ที่
เป็นมือใหม่ หัดวิ่ง หลายๆคน อาจจะรู้สึกว่ามันยากจัง วิ่งแล้วจะมีปัญหากับเข่าไม๋ จะเจ็บไม๋
ผมขอบอกว่า ต้องลองเองนะครับ ผมเคยเจอมาหมดแล้วครับ ทุกอย่าง เรื่องเจ็บมันมีอยู่แล้ว
แต่มันก็มีสิ่งอื่นๆดีๆ เหมือนกัน สังคมคนทีวิ่งก็จะเจอกันบ่อยๆ ได้คุยกันบ้าง ได้มีเพื่อนใหม่
ได้แข่ง กับเด็กรุ่นน้อง บ้าง อะไรบ้าง สำหรับมือใหม่ ที่เป็นคนอ้วน ผมอยากบอกว่า การวิ่ง
เป็นสิ่งดี แต่ถ้าน้ำหนักคุณมากเกินไป ให้เวลากับการ เดินก่อนครับ เมื่อเราไหวแล้ว ค่อย
มาวิ่งก็จะดีกว่า ไม่อยากให้ นักวิ่งหน้าใหม่ๆ หายหน้าไป เร็วเกินไป สำหรับบทนี้ ผมก็แค่
มาเล่าเรื่อง การวิ่ง ที่เคยเจอมาเท่านั้นนะครับ สำหรับ ปีใหม่นี้ ก็ขอให้ทุกคน มีความสุข
แล้วก็ ออกกำลังกายกันแต่พอดีนะครับ อย่าให้หนักเกิน เหมือนผม เพราะตอนนี้ผม เดี้ยง
ดันไปวิ่ง ตอนเช้า ตี 4 หน้าหนาว หวัดกินครับ ขออวยพรให้คนที่จะลดน้ำหนัก ทุกคน
ลดได้ดังใจ และก็ใครไม่มีแฟนก็ขอให้มีแฟนไว้กอดหน้าหนาวนะคับ ใครมีแล้วก็รักกันมากๆ
นะเอ้อ

ขอบพระคุณนะครับ สวัสดีปีใหม่จ้า